Breaking News
Home / ข่าวสาร / รักนมวันนี้ / ท่านมีความเสี่ยงของมะเร็งเต้านม หรือไม่

ท่านมีความเสี่ยงของมะเร็งเต้านม หรือไม่

จากการศึกษาพบว่า…ท่านจะมีความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมสูงขึ้นหาก

• เป็นเพศหญิง อายุ 40 ปี ขึ้นไป
• ประวัติเป็นมะเร็งเต้านม โดยเคยเป็นมะเร็งเต้านมมาแล้ว หรือญาติพี่น้องมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านม
• การใช้ฮอร์โมนเพศ ยาคุมกำเนิด
• ไม่ได้แต่งงานหรือแต่งงานโดยไม่มีบุตร หรือคลอดบุตรคนแรกเมื่ออายุมากกว่า 30 ปี
• อายุเมื่อเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก และอายุที่หมดประจำเดือน คือเริ่มมีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อย (<12 ปี) และหมดประจำเดือน
เมื่ออายุมาก (>50 ปี)
• ฐานะทางสังคมและเศรษฐกิจ ผู้ที่มีฐานะดีจะพบมะเร็งเต้านมสูงกว่าเพราะมีโอกาสบริโภคอาหารหลากหลายที่ไม่มีผลดี
ต่อสุขภาพ หรืออาจเป็นผลจากความเครียดจากการทำงาน
• ขาดการออกกำลังกาย
• ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งแวดล้อมและมลภาวะที่เป็นพิษ
• เคยเป็นโรคบางชนิดของเต้านม
• สตรีซึ่งหมดประจำเดือนแล้ว และมีน้ำหนักมาก

  มะเร็งเต้านม…โรคร้ายที่พบได้กับคนใกล้ชิด

ข้อมูลจากโรงพยาบาลศิริราชในปี พ.ศ. 2549 พบมะเร็งเต้านมสูงเป็นอันดับ 1 และเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาพบว่า
มะเร็งเต้านมมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ และในผู้ที่มีอายุในช่วง 40-60 ปี จะพบมะเร็งเต้านมได้ประมาณ 51% ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
ทั้งหมด

  ปัจจัยกระตุ้น…การเกิดมะเร็งเต้านมในวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์
 1. การได้รับรังสีบริเวณหน้าอก โดยเฉพาะการได้รับรังสีในปริมาณสูงเพื่อรักษาโรค
2. ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนอายุ 30 ปี
3. สูบบุหรี่ก่อนอายุ 30 ปี
4. รับประทานยาคุมกำเนิดนานกว่า 4 ปี ก่อนตั้งครรภ์แรก
5. ออกกำลังกายน้อย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เริ่มมีประจำเดือนก่อนอายุ 12 ปี
6. รับประทานอาหารมากเกินไป สาเหตุที่ทำให้เริ่มมีประจำเดือนก่อนอายุ 12 ปี
7. มีบุตรคนแรกเมื่ออายุมากกว่า 30 ปี มีบุตรน้อยและช่วงระยะระหว่างคลอดบุตรแต่ละคนนาน
8. เลี้ยงบุตรด้วยน้ำนมรวมกันน้อยกว่า 3 เดือน

 

   ข้อแนะนำ ในการเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม

1. ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
2. ไม่สูบบุหรี่
3. ลดหรืองดเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์
4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
5. หลีกเลี่ยงการถูกรังสีบริเวณหน้าอกในปริมาณสูง

  อาการของมะเร็งเต้านม..ที่สำคัญมีดังนี้

1. คลำพบก้อนในเต้านม
2. เจ็บในเต้านม
3. มีของเหลวออกจากบริเวณหัวนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นเลือด
4. ความผิดปกติของหัวนม เช่น เป็นแผลที่หัวนม หรือมีความผิดปกติของผิวหนังบริเวณเต้านม โดยผิวหนังมีลักษณะคล้ายผิวส้ม
ความเข้าใจผิดของผู้ป่วยที่สำคัญและทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ช้ากว่าที่ควรจะเป็นคือ ผู้ป่วยมักเข้าใจผิดว่าหากเป็นมะเร็งเต้านม
ก้อนที่พบในเต้านมจะต้องมีอาการเจ็บร่วมด้วย ซึ่งข้อเท็จจริงคือ ก้อนที่พบในมะเร็งเต้านม มักจะไม่เจ็บ แต่ก้อนที่มีอาการเจ็บ
มักจะเป็นถุงน้ำ ดังนั้นหากท่านตรวจพบก้อนบริเวณเต้านมควรรีบไปพบแพทย์

 การวินิจฉัย…มะเร็งเต้านม

การที่แพทย์จะทราบว่าท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่นั้น แพทย์จะต้องทำการวินิจฉัยโรคโดย
1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย
2. การตรวจทางภาพวินิจฉัย เช่น การตรวจเต้านมโดยใช้แมมโมแกรมการตรวจโดยอัลตราซาวด์
3. การตรวจทางพยาธิวิทยา คือ การตัดชิ้นเนื้อที่สงสัยไปทำการตรวจ

 การตรวจเต้านม…มีประโยชน์อย่างไร ?

การตรวจเต้านมโดยตนเองเป็นประจำทุกเดือน จะทำให้ท่านทราบว่าท่านมีความผิดปกติเกิดขึ้นบริเวณเต้านมหรือไม่
หากท่านยังมีรอบเดือนอยู่ควรตรวจเต้านมในวันที่ 10 หลังจากมีรอบเดือนวันแรก เพราะเป็นวันที่เต้านมมีความตึงน้อยที่สุด
ดังนั้นหากมีความผิดปกติในเต้านมจะมีโอกาสตรวจพบได้ง่ายที่สุดสำหรับท่านที่ไม่มีรอบเดือนไม่ว่าจะจากสาเหตุที่ตัดมดลูก
ไปแล้วแต่ยังไม่ตัดรังไข่ หรือจากตัดทั้งมดลูกและรังไข่ หรือหมดรอบเดือนตามธรรมชาติ ท่านอาจจะตรวจทุกวันที่ 1 ของเดือน

 การตรวจทางภาพวินิจฉัย

ใช้สำหรับค้นหามะเร็งเต้านม ซึ่งการตรวจที่สำคัญและใช้เป็นประจำคือการตรวจโดยใช้แมมโมแกรมและตรวจโดย
อัลตราซาวด์ สำ หรับ ผู้ป่วยบางรายที่การตรวจโดย 2 วิธีข้างต้นไม่สามารถบอกได้อาจต้องใช้วิธีอื่นช่วย เช่น การตรวจด้วย
คอมพิวเตอร์โทโมกราฟฟี (CT) การตรวจโดยเอกซเรย์สนามแม่เหล็กเอมอาร์ไอ (MRI) และการตรวจด้วยเครื่องเพ็ทสแกน
(PET/CT)

 วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม…ทำได้อย่างไร ?

มะเร็งเต้านมสามารถรักษาให้หายได้ ถ้าวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ายังคลำก้อนไม่ได้ และยังไม่มี
การแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ และเนื่องจากยังไม่สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมได้ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดคือ
การตรวจวินิจฉัยให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งทำได้โดยการตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน การตรวจเต้านมโดยแพทย์ การทำแมมโมแกรม
และการตรวจโดยอัลตราซาวด์ โดยมีข้อแนะนำการตรวจเต้านมดังนี้
1. หากท่านอายุ 20 ปีขึ้นไป ให้ตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนและให้แพทย์ตรวจทุก 3 ปี
2. หากท่านอายุ 40 ปีขึ้นไป ให้ตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนและให้แพทย์ตรวจทุกปี และทำแมมโมแกรมทุกปี

การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม…
วิธีที่ดีที่สุดคือ การทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์

เกี่ยวกับ Admin Rugnom

Check Also

18 อาการทางกายของผู้หญิงวัยทอง พร้อมวิธีทำให้สตรองเหมือนเคย

วัยหมดประจำเดือนหรือวัยทองมีอาการแสดงออกอย่างไรบ้าง หลายคนไม่แน่ใจว่าที่ไม่สบายบ่อย ๆ ทุกวันนี้ใช่อาการวัยทองไหม ลองเช็กดู 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *