Breaking News
Home / บทความรักนม / วิธีป้องกันมะเร็งเต้านมในผู้ที่มีพันธุกรรมผิดปกติ จะมีทางป้องกันอย่างไรก่อนที่จะเป็นมะเร็ง?

วิธีป้องกันมะเร็งเต้านมในผู้ที่มีพันธุกรรมผิดปกติ จะมีทางป้องกันอย่างไรก่อนที่จะเป็นมะเร็ง?

สวัสดีค่ะวันนี้รักนมดอทคอมมีอีกหนึ่งบทความดีๆ จากคุณหมออกนิษ ปัญญวรวงษ์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางมะเร็งเต้านม รพ.เจ้าพระยา มาฝากกันนะคะ มีหลายท่านสงสัยค่ะ ว่าถ้าเราเป็นผู้ที่มีพันธุกรรมผิดปกติ เราจะเสี่ยงเป็นมะเร็งมากขึ้นหรือไม่ และ จะมีวิธีป้องกันอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านั้น วันนี้เราจะมาฟังคำแนะนำ และคำอธิบายจากคุณหมอไปพร้อมๆ กันนะคะ

อย่างที่หมอเคยเขียนเรื่องมะเร็งเต้านมที่เกิดจากพันธุกรรมเมื่อคราวก่อนว่าจะมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมมากกว่าคนปกติ คำถามคือ แล้วควรทำอย่างไรดี? หมอแนะนำอย่างนี้ครับ สำหรับผู้ป่วยที่ตรวจยีนแล้วพบว่ามียีน BRCA1 หรือ  BRCA2 ผิดปกติมีทางเลือกคือ

1) การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม

สำหรับผู้ที่มียีน BRCA1 หรือ  BRCA2 ผิดปกติ โดยปกติแล้วจะแนะนำให้ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่ำหรือเท่ากับบุคคลทั่วไป เริ่มตรวจแมมโมแกรม ตั้งแต่อายุ 40 ปี ขึ้นไป แต่สำหรับผู้หญิงที่ตรวจพบว่ามียีน BRCA1 หรือ  BRCA2 ผิดปกติต้องได้รับการตรวจคัด กรองมะเร็งเต้านมด้วย MRI ตามคำแนะนำของ American Cancer Society Screening Guideline

2) การผ่าตัดเต้านมออกทั้ง 2 ข้างเพื่อป้องกันมะเร็งเต้านม (Prophylactic Mastectomy)

เป็นการตัดเต้านมออกทั้งสองข้างก่อนที่จะเกิดมะเร็งสำหรับผู้หญิงที่ตรวจยีนแล้วพบว่ามีความผิดปกติของยีน BRCA1 หรือ  BRCA2 เช่น ที่เคยเป็นข่าวดังในช่วงที่ผ่านมาเพราะมีดาราดัง เช่น Angelina Jolie ตรวจพบว่าตนเองมียีน BRCA1 ผิดปกติและเข้า รับการผ่าตัดเต้านมออกทั้งสองข้างเพื่อป้องกันการเกิดเป็นมะเร็งเต้านมในอนาคต ต่อมาทั่วโลกมีการตื่นตัวกันมากขึ้นและพบว่าอัตราการผ่าตัดเต้านมออกทั้งสองข้างเพื่อป้องกันมะเร็งเต้านม  (Prophylactic Mastectomy) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในผู้ที่มียีน BRCA1 หรือ BRCA2 ผิดปกติ

คำถามคือ แล้วเราจะเลือกอย่างไรให้เหมาะสม ? ก่อนอื่นหมอขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมก่อนครับว่า

  • ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่มียีน BRCA1 หรือ BRCA2 ผิดปกติจะเกิดเป็นมะเร็งเต้านม
  • ในปัจจุบันยังไม่มีข้อตกลงที่ใช้กันเป็นมาตรฐานว่าใครควรได้รับ การตรวจยีน BRCA1 หรือ BRCA2 บ้าง
  • การผ่าตัดเอาเต้านมออกทั้งสองข้าง ( Prophylactic Mastectomy ) เพื่อป้องกันมะเร็งเต้านมนั้นก็ไม่สามารถป้องกันมะเร็งเต้านมได้ 100% เพราะไม่สามารถผ่าเอาเนื้อเต้านมออกได้ทั้งหมด ยังเหลือเนื้อเต้านมประมาณ 2-3 % ดังนั้น จึงยังต้องมีการตรวจคัดกรองหลังผ่าตัดอยู่ดี
  • ถึงแม้ผู้ที่มียีน BRCA1 หรือ BRCA2 ผิดปกติจะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม แต่ก็ยังมีการตรวจคัดกรองที่สามารถตรวจเจอมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกๆได้ และสามารถรักษาได้ผลดี
  • ในปัจจุบันสำหรับประเทศไทยยังไม่ได้มีการตรวจยีน BRCA1 หรือ BRCA2 อย่างแพร่หลายมากนักซึ่งทำได้เฉพาะสถานพยาบาลบางแห่ง เพราะทำยาก และราคาแพง และก่อนจะตรวจผู้ป่วยจะต้องได้รับการแนะนำถึงผลดีและผลเสียของการตรวจยีนทั้งสองตัวนี้ ก่อน ซึ่งอาจมีผลกระทบทั้งทางด้านจิตใจและสังคมร่วมด้วย ดังนั้นหมอแนะนำอย่างนี้ครับ ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม ที่ไม่ได้ตรวจยีน BRCA1 หรือ BRCA2 ก็ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านมเพื่อรับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ส่วนผู้ป่วยที่ตรวจพบว่ามียีน BRCA1 หรือ BRCA2 ผิดปกติหรือเป็นญาติสายตรงของผู้ที่มียีน BRCA1 หรือ BRCA2 ผิดปกติหมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านมเพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วย MRI เป็นทางเลือกแรกครับ

ส่วนผู้ป่วยบางคนที่ต้องการผ่าตัดเต้านมออกทั้งสองข้างเพื่อป้องกันมะเร็งเต้านม(Prophylactic Mastectomy) ขอให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเป็นรายๆไปถึงข้อดีและข้อเสียดังที่หมอได้กล่าวมาครับ หมอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ครับ

  • วิธีการป้องกันมะเร็งเต้านมแบบที่ได้ผลดียังไม่มีแต่มีวิธีที่ช่วยลด ความเสี่ยงได้และมีวิธีการตรวจคัดกรองให้สามารถเจอมะเร็งตั้งแต่ยังไม่มีอาการได้ทำให้มีผลการักษาดี
  • ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น ยาที่มีส่วนผสมของฮอร์โมน เพศหญิง แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ใช้ยาได้แต่ต้องคอยเฝ้าระวังสิ่งผิดปกติที่เต้านมหรือใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ
  • ผู้หญิงทุกคนที่สามารถเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ได้ควรเข้ารับตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเพื่อให้ตรวจเจอมะเร็งเต้านมตั้งแต่ยังไม่มีอาการ เพราะจะสามารถตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะแรกๆซึ่งมีผลการรักษาดี มีโอกาสหายขาดได้สูง

 

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก : คุณหมออกนิษ ปัญญวรวงษ์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางมะเร็งเต้านม รพ.เจ้าพระยา

เกี่ยวกับ Admin Rugnom

Check Also

กินยาสตรีทำให้แท้งจริงไหม ไขข้อสงสัยเรื่องยาสตรีขับประจำเดือน ?

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า ถ้าทานยาสตรีที่มีฤทธิ์ช่วยขับประจำเดือนจะทำให้ทารกในครรภ์แท้งได้ กลับกลายเป็นทำให้เด็กสาวบางคนที่อาจพลาดพลั้งตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม คิดใช้วิธีนี้ทำแท้ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *